2007/Mar/03

ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว....วันที่ข้าพเจ้าป่วยข้าพเจ้ากลับมาพักรักษาตัวนอนอู้อยู่ที่ห้อง ... จนเวลาประมาณ 4.00 pm. เสียงโทรศัพท์ N 70 รุ่นยอดนิยมที่หาเจอได้ง่ายพอกะแทกซี่แถวรัชดา ก้อดังขึ้น

พี่N : น้อง*** (ชื่อข้าพเจ้า..ซึ่งไม่อาจเปิดเผยได้)ดีขึ้นรึยังเนี่ย ทานไรยัง

ข้าพเจ้า : ยังเลยค่ะ (หิวมากด้วย แต่ขี้เกียจเดินออกไปหาไรกินเนี่ย...นี่พี่เค้าจะชวนไปกินไรรึเปล่าเนี๊ย...ดีเลยกำลังหิว)

พี่N : งั้นเดี๋ยวพี่ซื้อไรไปให้กินแล้วกันนะ... ไม่สบายไม่กินไรเดี๋ยวจะแย่

ข้าพเจ้า : ขอบคุณค่ะ (คนไรโคดน่ารักเลย...บ้านก้อตั้งไกล อุตส่าจะหาไรมาให้กิน)

และด้วยจากถิ่นอาศัยของข้าพเจ้าเป็นแหล่งรถติดแหล่งใหญ่ของกรุงเทพ กว่าพี่ n จะเดินทงมาถึง จึงปาไป 6.00 pm (ตูจะกินช้างได้อยู่แล้วนะเฮ่ย....)

พี่N : โทดทีนะน้อง *** รถติดมากๆ ข้าวพี่ซื้อมาเย็นหมดแล้วเนี่ย ออกไปหาไรกินข้างนอกดีกว่า... ไหวมั๊ย

ข้าพเจ้า : ดีค่ะ (กินช้างม้าวัวควายที่ไหนก้อเอา โคดหิวเลย)

พี่ N พาข้าพเจ้าไปกินโจ๊กร้านอร่อยเลิศร้านนึง...ในระหว่างนั้นเอง!!!! อิ N 70 มันดังขึ้นอีกแล้ว กิ๊กคนเล็กของข้าพเจ้านามสมมติ นาย D(จริงๆแล้วคือ 1 ใน candidate น่ะแหละ) โทรมาหาซะง้านนนนนน....

ข้าพเจ้าดูที่โทรศัพท์ ธาตุไฟเริ่มเข้าแทรก...

นาย D : กินไรยัง เนี่ยเพิ่งเลิกงาน เดี๋ยวเอาข้าวไปส่งนะ

ข้าพเจ้า :( เหงื่อแตก หัวใจเต้นแรง) ออกมากินแล้วหละ ไม่เป็นไร (อย่าถามนะเฮ้ย... ว่ามากะใคร)

นาย D : อือ งั้นไม่เป็นไร พอดีเลิกงานช้า เลยมีคนตัดหน้าเลย

ข้าพเจ้า : ไม่ใช่อย่างง้านนนน....(จริงๆแล้ว absolutely ใช่เลยแหละ)

ข้าพเจ้ารอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด อย่างน้อยก้อไม่ต้องมาแก้ตัวเรื่องพี่ N

พี่ N : น้อง *** ปวดท้องเหรอ หน้าซีดๆ

ข้าพเจ้า : คงจะอย่างงั้น (จริงๆแล้วลมปราณแตก ธาตุไฟเข้าแทรกจากเหตุการณ์เมื่อซักครู่)

....

...

...

หนึ่งตัวอย่างในความหนักใจของข้าพเจ้า... ทำไมน๊อพอเจอใครซักคนที่ดีกับเราเนี่ย มันเจอทีละคนไม่ได้รึงายยยยยนะ ข้าพเจ้าเองไม่อยากทำให้คนที่ดีกับข้าพเจ้าต้องเสียใจ แต่ในเมื่อมันมีคนดีๆกับเราถึงสองคนเนี่ย เราจะ priority (จัดลำดับความสำคัญ) ได้ยังไง....อยากเก็บเธอไว้ทั้งสองคนซะงั้น เหอๆๆ

มีคนเคยกล่าวกับข้าพเจ้าว่า...ซักวันนึงเหอะ ข้าพเจ้าจะเสียทั้งสองคนนี้ไป....T T

อย่าเพิ่งสมน้ำหน้าข้าพเจ้าล่วงหน้าเลยนะ เพราะข้าพเจ้าเองก้อกลัวเหมือนกัน...ได้แต่ภาวนาให้วันนั้นอย่าเกิดขึ้นเลย amen !!!

2007/Feb/24

สองสามวันก่อนไม่สบาย หาเรื่องโดดงานซะงั้น (ไม่ชอบให้มีคำว่า sick leave ในreport เลยซิให้ตาย!!!)เนื่องจากอาการปวดท้องที่มารุมเร้าตั้งแต่ตีห้า (นี่เอ็งจะรีบปวดไปไหน... ขอนอนก่อนได้มั๊ย!!!) ข้าพเจ้าลากสังขารอันโรยราเรียกแทกซี่ไป รพ. หรูหราแห่งหนึ่งแถวรัชดา ...ส่วนคุณแทกซี่เห็นอาการข้าพเจ้าร่อแร่ จึงแปลงร่างเป็นแทกซี่ทีนผี ... (กลัวหนูจะตายบนรถพี่ชิมิแคะ) ...รึว่าพี่แทกซี่กลัวหนูตายบนรถพี่...ครั้นไปถึง รพ. เจ้าหน้าที่แห่แหนมารับโดยข้าพเจ้าแทบไปต้องกระดิกตัวกันเลยทีเดียว (นี่ถ้าหายใจแทนกันได้คงทำไปแล้ว)รอคุณหมอซักแว้บนึงก้อมาคุยอาการกัน

คุณหมอ : ปวดตรงนี้รึเปล่าคะ (จิ้มๆๆๆ)

ข้าพเจ้า : ใช่ค่ะ (เลิกจิ้มได้แล้วค่ะ หนูเจ็บนะเว้ย)

คุณหมอ : มีแฟนรึเปล่าคะ

ข้าพเจ้า :(อ่าวๆๆ หาเรื่องแล้วซิคุณหมอขา... ถามไรกันแบบนี๊) ไม่มีค่ะ (ไม่งั้นกรู เอ่อ หนูจะต้องถ่อสังขารมาด้วยตัวเองแบบนี้เหรอค๊า)

บรรทัดต่อไป อายุต่ำกว่า 18 ผู้ปกครองควรให้คำแนะนำนะจ๊ะ

คุณหมอ : แล้วเคยมี พสพ มั๊ยคะ

ข้าพเจ้า : เมื่อวานนี้ค่ะ... (กร๊ากกก ......)

จากนั้นได้ทำการอุลตร้าแมน...เอ๊ย อุลตร้าซาวน์ หาเอมบริโอในท้องข้าพเจ้า เมื่อนอนรอดูอาการจนข้าพเจ้าเริ่มเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา พยาบาลสาวแสนสวยก้อเข็นข้าพเจ้าไปเชือดดดด!!!!

พนง. : คุณ XXX (เซนเซอร์ชื่อ เนื่องจากโจทย์เยอะ) รับยาด้วยนะคะ มียา yy , zz ค่ะ ทานยาหลังอาหารทันที...bla bla bla

ข้าพเจ้า : how much (เหอๆ กระแดะ)จริงๆถามเค้าว่าเท่าไหร่คะ

พนง. : 17xx บาทค่ะ (ข้าพเจ้าจำราคา ณ ตอนนั้นไม่ได้ หูอื้อ)

ข้าพเจ้าควักเงินอันน้อยนิดในกระเป๋าออกมาด้วยมือสั่นระริก ... (นี่กรูปวดท้องนิดเดียวเองนะเฟร้ย ฉีดยาเข็มนึง อุลตร้าแมน เอ๊ยยย อุลตร้าซาวน์สองจึ๊ก โดนหมอถามกถางว่าไม่มีแฟนไปสองคำ ยาอีกสองแผง...แพงสาดดดดด) ข้าพเจ้าแทบจะหายปวดท้องในทันใด เอาว่ะ ยังไง บ. ก้ออกให้พันสอง... เฮ้อ

นึกถึงตอนสมัยยังเป็นเด็กน้อยอยู่ที่บ้าน... ข้าพเจ้าเคยปวดท้องแบบเดียวกันนี้ แม่เอายาให้กิน (ฟรี... แม่ข้าพเจ้าเป็นพยาบาล) ไม่หายพาไปฉีดยา อันนี้ไม่ฟรี แต่เข็มนึงไม่เกินสองร้อย โอ้วววว ชีวิตพอเพียง ....

ง่า... เดี๋ยวมาอัพต่อ ต้องออกไปแต๋ดแต๋ข้างนอกซะแล้ว

- in the name of love -

2007/Feb/20

หายไปนาน ไม่ได้หายไปไหน... แค่มีเรื่องวุ่นๆกะตัวเองนิดหน่อย

ทั้งเรื่องงาน... (อันนี้ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) และเรื่องความรัก

บอกตรงๆว่าตอนนี้หัวใจข้าพเจ้ามันสับสนพิกลอยู่... อาทิตย์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ทำการเคลียร์ปัญหาหัวใจกับเพื่อนที่เข้ามาจีบข้าพเจ้า จริงๆเรื่องนี้มันก้อคาราคาซังมานาน จนมีวันวาเลนไทน์มาเร่งปฏิกิริยา ...

นาย C : วันนี้ (14 ก.พ.) ว่างป่าว

ข้าพเจ้า : ทำไม (แลดูไม่มีเยื่อใยเอาซะเลย)

นาย C : จะชวนไปกินข้าว

ข้าพเจ้า : ทำไมต้องวันนี้ (มันวันวาเลนไทน์นะเว้ย ไอ่นี่ช่างกล้า...เดี๋ยวเหอะๆ จะโดนมิใช่น้อย)

นาย C : ก้อต้องวันพุธนี่แหละ เลยต้องชวน

(นี่หมายถึงว่าเป็นวันวาเลนไทน์ใช่มั๊ย อ่า เข้าทาง...) ข้าพเจ้าถือเป็นโอกาสดีในการตัดสินใจกับเคสนี้ที่ดูเหมือนอะไรๆ จะลุกลามไปใหญ่โต

นาย C เป็นเพื่อนของข้าพเจ้าสมัย ป.ตรี และเริ่มเข้ามาจีบข้าพเจ้าเมื่อได้ไม่นาน แต่ข้าพเจ้าเองไม่ได้คิดอะไรมากกว่าความเป็นเพื่อนที่ดีเลย เพราะ ตลอดเวลาข้าพเจ้า กับ นาย C คุยกันได้ไม่กี่คำก้อจะทะเลาะกันหรือไม่ก้อทำให้ข้าพเจ้าหงุดหงิดใจทุกครั้งไป อาจจะด้วยนิสัยและอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เราเข้ากันไม่ได้อย่างชัดเจน ข้าพเจ้าเป็นคนง่ายๆ ตรงไปตรงมา ส่วนนาย C เป็นคนจุกจิกและชอบพูดจาซ้ำซาก อีกทั้งความชอบส่วนตัวและการดำเนินชีวิตที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น ข้าพเจ้าชอบฟังเพลง และมีความสุขกับการฟังเป็นอย่างยิ่งในขณะที่นาย C แทบจะไม่ฟังเพลง ครั้นข้าพเจ้าจะพูดถึงเพลงไหน นาย C ก็จะทำเป็นรู้เรื่อง (เพื่อเอาใจข้าพเจ้า?) อันนี้ก้อน่าหงุดหงิดอีกแล้ว... (ไม่รู้ก้อบอกไม่รู้ซิว๊อยยย....)

เข้าเรื่องๆ เมื่อนาย C เปิดช่องให้ดังนี้ ข้าพเจ้าจึงไม่รีรอที่จะตอบสิ่งที่อยู่ในใจของข้าพเจ้าแบบคอมโบ้เซท

ข้าพเจ้า : แต่วันพุธนี้มันวันวาเลนไทน์ไม่ใช่เหรอ (ย้ำ ด้วยกลัวว่านาย C จะลืมไปรึเปล่า)

นาย C : อือ... ใช่

ข้าพเจ้า : นี่.. วันวาเลนไทน์อ่ะ มันเป็นวันของคนรักกันนะ ... แต่เราคิดกะนายแค่เพื่อน คือถ้าเราจะออกไปไหนกับใครวันนี้อ่ะ เราขอแบบเป็นคนพิเศษไม่ดีกว่าเหรอ เพื่อนอะวันไหนก้อไปได้

นาย C : เอ่อ.... (อึ้งไปเลยซิ....)

ข้าพเจ้า : (แอบสงสารนิดนึง แต่ความรักไม่ใช่ความสงสารนะเว้ย) เอาเป็นว่าเราไม่ไปด้วย โอเคมะ ... คือถ้าชวนเราวันอื่นเราอาจจะไป แต่ถ้าเราไปวันนี้มันจะหมายความว่าไงล่ะ ...

นาย C : ครับ....

ข้าพเจ้า : ถ้าเราจะไปกะใครคนนั้นน่าจะต้องเป็นคนพิเศษกับเราในระดับนึงเลยแหละ...ดังนั้น ในวันที่เรายังไม่มีเนี่ย เราอยู่ห้องเฉยๆ สบายใจกว่า (พอแล้วดีกว่ามั้งกรู... มันจะร้องไห้แล้ว)

นาย C : ..... (มันเงียบว่ะ เมิงอย่าร้องนะเว้ยยย)

ข้าพเจ้า : เราขอโทษด้วยแล้วกันที่ไปไม่ได้จริงๆ โอเคนะ บายๆ (เดี๋ยวจะเกิดอาการสงสาร ต้องรีบตัดบทไปก่อน)

...

...

ถึงนาย C เราขอโทษนายจริงๆที่เราชอบนายไม่ได้ว่ะ แต่เราชอบเพื่อนนาย....(กร๊ากกก) นี่ไม่ได้มุกนะคะท่านผู้อ่าน ข้าพเจ้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ ไม่เชื่อย้อนไปอ่านบลอกก่อนหน้านี้ และเอาไว้ว่างๆ ข้าพเจ้าจะเล่าเรื่องเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดให้ได้อ่านกัน

- in the name of love -