2007/Feb/01

ว่าจะนอนอยู่แล้วเชียว กลับมีเรื่องมากวนใจจนได้

ก้อไอ้ที่ข้าพเจ้าป่าวประกาศอยู่ปาวๆ ว่าจะไม่อยากมีใครนะซิ๊.....

ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังจะเข้าสู่วังวนไอ่สิ่งที่เค้าเรียกว่าความรักแล้วรึ??????

"ขอบคุณที่ทำให้หายเหงา

ขอบคุณที่ทำให้ใจที่ว่างเปล่ามีความหมาย

ขอบคุณ..ที่ทำให้รู้ว่าฉันยังมีใคร

ขอบคุณ ที่ทำให้รู้สึกหวั่นไหว... หัวใจเต้นแรง"

นานแค่ไหนแล้วหนา ที่คิดอะไร... แบบนี้ไม่ได้มานาน ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังคิดถึงใครบางคนอยู่ และหวังว่าเค้าจะคิดถึงข้าพเจ้าไม่ต่างกัน...


2007/Jan/28

หลายคนเคยบอกว่าข้าพเจ้ามีเวรกรรมกับเรื่องความรัก ... ข้าพเจ้าไม่เคยเถียงเลยซักนิดเดียว

ขณะนี้ ในวัย 24 ปี ...ข้าพเจ้าโสด ... และตัวข้าพเจ้าเองแอบพอใจกับความโสดอยุ่ไม่น้อย ไหนจะความอิสระและสบายใจ ไม่ต้องแคร์ใครให้มากนัก

แต่!!! ในวงเวียนความโสดของข้าพเจ้านั้นไม่ได้สวยงามและน่าพึงพอใจไปซะหมดหรอกนะ ถึงแม้ข้าพเจ้ามีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะเลือกชอบหรือไม่ชอบใครก็ได้ แต่ข้าพเจ้าไม่อาจควบคุมให้คนที่เข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้าเป็นไปอย่างที่ใจต้องการ.... บ่อยๆที่คนที่เข้ามาในชีวิตของข้าพเจ้า ทำให้รู้สึกดีไปซักพัก แล้วเค้าก็จะจากไป ตัวอย่างเช่น นาย Bหลังจากเราห่างเหินไปซักพัก ข้าพเจ้าใช้เวลาไม่ถึงเดือนในทำใจให้ลืม ไม่เจ็บปวดยามหลับตานอน เพื่อนฝูงจะเอาเรื่องนี้มาล้อเล่นกับข้าพเจ้า ก็ไม่รู้สึกอะไร เพื่อนของข้าพเจ้าหลายคนถึงกับออกปากชมว่าอย่างจริงใจว่า "เมิงนี่เก่งเหลือเกิน" ก็ถูกหรอกนะเพื่อนเอ๋ย แต่มีใครนึกถึงในแง่กลับกันบ้าง ณ วันนี้ เวลานี้ ข้าพเจ้าแทบไม่รู้สึกรู้สา หรือว่าเจ็บปวดกับเรื่องราวทำนองนี้อีกแล้ว ... ข้าพเจ้าได้ก้าวผ่านขั้นตอนการสั่งตัวเองให้เข้มแข็งเพื่อที่จะผ่านวันเวลาเหล่านี้ แต่ใจข้าพเจ้าสั่งให้มันเกิดขึ้นได้โดยอัตโนมัติ!!!

แล้วต่อไปนี้ ชีวิตข้าพเจ้าจะเป็นอย่างไร ... อย่าว่าแต่รักเลย ข้าพเจ้าไม่สามารถชอบใครได้มากมาย อาจจะเป็นเพราะใครที่เข้ามาไม่ได้"โดน"ใจข้าพเจ้ามากพอ หรือ ข้าพเจ้าได้สร้างกลไกอะไรบางอย่าง เพื่อป้องกันความผิดหวังโดยไม่รู้ตัว ข้าพเจ้าไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงมันได้ เพียงได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า มันก็ดีถ้ามันจะทำให้ข้าพเจ้าไม่เจ็บมากนัก หากใครเดินออกไปจากชีวิตข้าพเจ้า(อีก)

คุณเคยคิดถึงใครมากซะจนน้ำตาไหลมั้ย คุณเคยแอบนึกถึงใครบางคนแล้วนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวมั๊ย คุณเคยหัวใจพองโตเพียงเพราะใครที่คุณคิดถึงอยู่โทรมาหามั้ย ...คุณเคยเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งจนแทบทนไม่ได้มั้ย คุณเคยร้องไห้เพียงเพราะไม่เข้าใจกับใครที่คุณแคร์เค้ามากๆ มั้ย

ข้าพเจ้าห่างเหินจากความรู้สึกเหล่านั้นมาซักพักแล้วหละ ... จนข้าพเจ้าเริ่มกังวลว่าข้าพเจ้าจะรักใครไม่เป็นเสียแล้ว ... ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง the holliday มีฉากนึง ที่คาเมรอน ดิแอช เลิกกับแฟน เธอร้องไห้จะเป็นจะตายแต่น้ำตาไม่ไหลซักหยด!!! ข้าพเจ้าซาบซึ้งกับฉากนั้นมากกว่าใครๆ ..... ข้าพเจ้าเคยเป็นคนนึงซึ่งอ่อนแอ อ่อนไหวกับเรื่องทุกเรืองที่ผ่านเข้ามากระทบกระเทือนจิตใจ ข้าพเจ้าเคยนั่งอ่านเมล์เก่าๆจากแฟนแล้วนั่งร้องไห้ ข้าพเจ้าเคยฟังเพลงแล้วน้ำตาไหลออกมาโดยไมรู้ตัว ซึ่งเป็นคนละคนกับข้าพเจ้าตอนนี้ คนที่หัวใจมันช่างหยาบกระด้างเหลือเกิน ....

ไม่ได้อยากเป็นหรอกนะ "คนที่ไม่มีหัวใจและรักใครไม่เป็น"



edit @ 2007/01/28 10:17:49

2007/Jan/22

ข้าพเจ้าเป็นคนขี้เหงา อย่างรุนแรง อาจจะเพราะข้าพเจ้ามีความเป็นส่วนตัวสูงดังนั้นจึงโทษใครไม่ได้ หากข้าพเจ้าจะเหงาอยู่บ่อยๆ

หลายๆคนคิดว่าข้าพเจ้าเป็นนักสังคม(ที่ไม่สงเคราะห์) อันจะเห็นได้จากการปรากฏกายในยามราตรีของทุกวันศุกร์ ข้าพเจ้าไม่ได้หลงไหลได้ปลื้มกับการอยู่ท่ามกลางฝูงชน หากแต่นั่นเป็นทางออกของความเหงาที่ข้าพเจ้าเก็บมันไว้ทั้งสัปดาห์ ทุกเย็นวันศุกร์ ข้าพเจ้าไม่เคยลังเลหากญาติสนิทมิตรสหายท่านใด สนใจใคร่เชิญข้าพเจ้าไปร่วมกิจกรรมยามค่ำคืน

และด้วยเหตุและผลในข้างต้น ข้าพเจ้าจึงได้รู้จักผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งเพื่อนเก่า เพื่อนของเพื่อน เพื่อนของเพื่อนของเพื่อนและเพื่อนที่เอานามบัตรมายัดใส่มือข้าพเจ้ายามมึนเมา.... ใครต่อใครต่างเข้าใจ(กันเอาเอง)ว่าข้าพเจ้านั้นเพื่อนเยอะ!!! ข้าพเจ้ายอมรับถ้าหากคำว่าเพื่อนที่ใครต่อใครพูดนั้นหมายถึงคนรู้จักสักคนนึง แต่หากคำว่าเพื่อนในนิยามส่วนตัวของข้าพเจ้า ไม่ได้หมายความเช่นเดียวกัน

ที่ทำงานของข้าพเจ้ามีคนรู้จักร่วมสามสิบชีวิต หากคนที่ข้าพเจ้าเรียกได้เต็มปากเต็มคำว่าเพื่อนนั้น มีเพียงสามคนเท่านั้น ในสถาบันของข้าพเจ้า มีเพื่อนนักศึกษานับร้อยที่ข้าพเจ้ารู้จักในมหาลัย แต่มีไม่กี่คนที่ข้าพเจ้าเรียกว่าเพื่อนได้อย่างเต็มปาก ทั้งหมดหมายความว่า ข้าพเจ้านั้นไม่ได้มีเพื่อนมากมายกองอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ข้าพเจ้าพักในคอนโดใกล้ที่ทำงานเพียงลำพัง หลายคนสงสัยว่าอยู่คนเดียวทำอะไร เหงามั๊ย เวลาอยู่ที่ห้อง บ่อยเข้าๆ ข้าพเจ้าเริ่มสงสัยว่าการอยุ่คนเดียวนี่มันยากลำบากมากหรืออย่างไร ส่วนตัวแล้วกลับมีความสุขดีเสียอีก (ถ้าไม่นับความเหงาที่มารุมเร้าทุกวี่วัน) อาจจะเป็นเพราะการอยู่ห่างจากบ้านมาเป็นเวลา 7-8 ปี ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกเฉยๆ กับการใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ข้าพเจ้ามีเพลงให้ฟัง มีอินเตอร์เนตให้เล่น และมีการ์ตูนให้อ่าน... วันไหนเหงาจนเกินไป ข้าพเจ้าก็ชวนเพื่อนสังคนมากินข้าวมาพูดคุยตามประสาคนท่เข้าใจกันเท่านั้นเอง

"เพื่อนน่ะ ไม่ต้องมีมากก็ได้ น้อย... แต่มีคุณภาพ คือที่ข้าพเจ้าต้องการ"




edit @ 2007/01/22 22:38:50